เอ๋ อ่วมหนัก! อดีตอธิบดีอุทยานฯ ชี้ช่อง ฟ้องอาญา คดีรุกป่า จำคุก กว่า 2,000 ปี!

ปารีณา อ่วมหนัก! “ดำรงค์” ชี้ช่อง ฟ้องอาญา “ฐานรุกป่า” รวมแล้ว ต้องจำคุก 2,000 ปี กว่า 170 คดี เจ้าของแสดงตัวชัดเจนแล้วไม่ต้องรอนำชี้
เมื่อวันที่ 21 พ.ย. นายดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และอดีตรองอธิบดีกรมป่าไม้ ให้สัมภาษณ์ถึงการดำเนินการในกรณีน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ แจ้งครอบครองที่ดิน ภบท. 5 จำนวน 1,706 ไร่ ในการยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินต่อคณะกรรทมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า

วันนี้สิ่งที่กรมป่าไม้ต้องเร่งดำเนินการคือ ต้องแจ้งความดำเนินคดีในกรณีดังกล่าว โดยให้ไปประสานข้อมูลกับทางป.ป.ช. หรืออำเภอ ว่าใบภบท.5 ที่น.ส.ปารีณาแจ้งครอบครองนั้น ได้มาก่อนการประกาศ พ.ร.ฎ.กำหนดเขต สปก.หรือไม่ โดยเท่าที่ทราบจากข่าว น.ส.ปารีณาแจ้งครอบครอง ภบท. 5 ต่อป.ป.ช. ประมาณ 170 รายการ

ซึ่งหากครอบครองมาก่อนปี 2554 ที่มีการประกาศเขต สปก. ก็เท่ากับเป็นการบุกรุกป่า มีความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ 2507 มาตรา 14 ในเขตป่าสงวนฯ ห้ามมิให้บุคคลใดยึดถือครอบครองทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า ทำไม้ เก็บหาของป่า หรือกระทำการด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมสภาพแก่ป่าสงวนแห่งชาติ มีโทษจำคุก‪ตั้งแต่ 6-15‬ ปี และมีโทษสูงสุดถึง 15 ปี พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 มาตรา 54, 55 ผู้ใดครอบครองรายสุดท้ายถือเป็นผู้บุกรุก มีโทษ‪ตั้งแต่ 2-15‬ ปี

โดยในการแจ้งของกรมป่าไม้ก็ต้องแจ้งเป็นรายกระทง คือ 170 กว่ากระทง และขึ้นอยู่กับศาลจะพิจารณาโทษหนักเบาตามดุลยพินิจ คิดเป็นรายคดี ดังนั้นคาดว่าโทษจำคุกก็ตั้งแต่ 300-2,000 กว่าปี

นายดำรงค์ กล่าวอีกว่า วันนี้สังคมเข้าใจผิดว่าเป็นที่ดิน สปก.แล้วไม่ต้องดำเนินคดี การครอบครอง ภบท. 5 ดังกล่าวชัดเจน เพราะมีปลูกสร้างสิ่งก่อสร้างในพื้นที่คือ โรงเลี้ยงไก่ และน.ส.ปารีณาเองก็บอกว่าเป็นของตัวเอง จึงไม่ต้องมีการนำชี้เหมือนกรณีอื่นๆ

ขอบคุณที่มา : ข่าวสด